วันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2026 – การสอบสวนธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ที่ทวีความเข้มข้นขึ้น หลังมีการออกหมายเรียกเมื่อวันที่ 9 มกราคม ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภาคการเงินอย่างกว้างขวาง พร้อมกระตุ้นกระแสคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธาน Fed โดย Jerome Powell ก่อนครบวาระ
ในหมู่นักเทรดบนแพลตฟอร์มอย่าง Polymarket ชื่อของ Kevin Hassett ถูกจับตามองในฐานะแคนดิเดตตัวเต็ง ด้วยท่าทีเชิงผ่อนคลายที่สนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งตลาดมองว่าอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ Bitcoin (BTC) ทำสถิติสูงสุดใหม่ได้
ขณะเดียวกัน หากยุคหลัง Powell เกิดขึ้นจริง จังหวะดังกล่าวอาจเอื้อต่อการเข้ามามีบทบาทของ Bitcoin Hyper (HYPER) ในฐานะตัวเร่งเสริมที่ช่วยหนุนการเติบโตของ BTC เพิ่มเติม
สำหรับ Bitcoin Hyper โครงการนี้กำลังพัฒนาโครงสร้าง Layer-2 ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศการทำธุรกรรมความเร็วสูงและมีความซับซ้อน เพื่อยกระดับ Bitcoin ให้ทำงานในลักษณะเงินที่ตั้งโปรแกรมได้ และเปิดทางสู่สภาพคล่องใหม่มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ให้กับคริปโตอันดับหนึ่งของตลาด
อย่างไรก็ดี รอบระดมทุนปัจจุบันของ Bitcoin Hyper กำลังจะสิ้นสุดลงภายในเวลาไม่ถึงแปดชั่วโมง หลังจากสามารถระดมทุนได้เกือบ 30.4 ล้านดอลลาร์แล้ว นี่จึงเป็นช่วงสุดท้ายที่ผู้สนใจจะสามารถได้โทเคนในราคา $0.013565 ก่อนที่รอบถัดไปจะเริ่มต้นและปรับราคาเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
ตลาดเดิมพัน Fed เดือด เมื่อ Kevin Hassett นำหน้า Kevin Warsh
การสอบสวนธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) เดินมาถึงจุดตึงเครียดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (Department of Justice) ส่งหมายเรียกจากคณะลูกขุนใหญ่ไปยัง Fed อย่างเป็นทางการ สถานการณ์ดังกล่าวได้ยกระดับแรงกดดันทางการเมืองและการเงินในทันที
รายงานระบุว่า การสอบสวนนี้ได้รับการอนุมัติตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน โดย Jeanine Pirro อัยการสหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และมุ่งเน้นไปที่คำให้การของ Jerome Powell เมื่อเดือนมิถุนายน เกี่ยวกับโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของ Fed มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ตลาดเพิ่งตระหนักถึงความรุนแรงของประเด็นนี้ในคืนวันอาทิตย์ เมื่อ Powell เผยแพร่วิดีโอแถลงการณ์พิเศษ วิจารณ์การสอบสวนดังกล่าวว่าเป็นข้ออ้างเพื่อกดดันจากฝ่ายประธานาธิบดีให้ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ย
Video message from Federal Reserve Chair Jerome H. Powell: https://t.co/5dfrkByGyX pic.twitter.com/O4ecNaYaGH
— Federal Reserve (@federalreserve) January 12, 2026
แม้วาระการดำรงตำแหน่งของ Powell จะสิ้นสุดตามกำหนดในเดือนพฤษภาคม แต่การออกหมายเรียกครั้งนี้ได้จุดกระแสคาดการณ์อย่างรุนแรงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการปลดก่อนกำหนด
บนตลาดพยากรณ์ Kalshi เผยความน่าจะเป็นที่ Powell จะพ้นตำแหน่งก่อนเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นจากเพียง 6.3% เมื่อสัปดาห์ก่อน เป็น 15% หลังข่าวดังกล่าวแพร่ออกมา โดยนักเดิมพันบน Polymarket ก็เริ่มวางแผนป้องกันความเสี่ยงด้วยการคาดการณ์ผู้สืบทอดตำแหน่งแล้ว
การแข่งขันเพื่อเก้าอี้ประธาน Fed ในเวลานี้ดูจะเหลือเพียง “สอง Kevin” ซึ่งต่างก็เป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump โดย Kevin Hassett กำลังนำในโพลของ Polymarket อยู่ราว 2%
หากประธาน Fed คนใหม่หลังยุค Powell มีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น Bitcoin ก็อาจอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมสำหรับการปรับตัวขึ้นครั้งประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง Bitcoin Hyper กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเงียบ ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ ด้วยแนวคิดการเปลี่ยน BTC ให้กลายเป็นเงินที่ตั้งโปรแกรมได้และมีความเร็วสูง ทำให้มันถูกวางตัวให้พร้อมดูดซับสภาพคล่องระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ที่ระบอบ Fed ใหม่อาจปลดล็อกออกมา
ตลาด risk-on กับคำถามใหม่ Bitcoin ยังเป็นทองคำดิจิทัลหรือไม่
Bitcoin Hyper อาจกลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก หากธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้แนวทางที่ผ่อนคลายมากขึ้นอัดฉีดสภาพคล่องจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบการเงิน เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงและตลาดกลับเข้าสู่โหมดรับความเสี่ยง (risk-on) Bitcoin มักจะแสดงพฤติกรรมการปรับตัวขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่จากแรงไล่ซื้อของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ในช่วงตั้งแต่ปี 2025 จนถึงช่วงต้นปีนี้ Bitcoin เริ่มมีบทบาทเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (risk-off) ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
Layer-2 ของ Bitcoin Hyper ถูกพัฒนาบน Solana Virtual Machine (SVM) ทำให้ dApps สามารถทำงานด้วยความเร็วระดับเสี้ยววินาทีและค่าธรรมเนียมต่ำในลักษณะเดียวกับ Solana ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดโยงกับเครือข่าย Bitcoin เป็นรากฐานหลัก
ผ่าน Canonical Bridge ระบบจะนำ BTC ดั้งเดิมไปล็อกไว้เพื่อสร้างเวอร์ชันที่มีอรรถประโยชน์สูงบน Layer-2 โดยแพลตฟอร์มเลือกใช้การเชื่อมต่อกับเมนเน็ตที่ปลอดภัยทางคริปโตกราฟี แทนการพึ่งพาบริการแรปแบบรวมศูนย์ เพื่อลดความเสี่ยงจากตัวกลาง ด้วยการเคลียร์ธุรกรรมเป็นชุดอย่างต่อเนื่องผ่าน Zero-Knowledge (ZK) Proofs
ท้ายที่สุด Bitcoin Hyper มอบสภาพแวดล้อมประสิทธิภาพสูงที่เมนเน็ตของ Bitcoin ไม่สามารถรองรับได้เพียงลำพัง ช่วยเปิดพื้นที่ให้ BTC ทำหน้าที่เป็นสกุลเงินที่ใช้งานได้จริง และเข้าใกล้แนวคิดเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบ peer-to-peer ตามเจตนารมณ์ดั้งเดิม
และบางที ความคล่องตัวและความรวดเร็วเช่นนี้เอง อาจกลายเป็นคุณสมบัติที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากกว่าภาพจำของ Bitcoin ในฐานะ “ทองคำดิจิทัล” ในระยะต่อไป
ทำความเข้าใจ HYPER กลไกขับเคลื่อนเครือข่าย Bitcoin Hyper
ในฐานะโทเคนยูทิลิตี้หลักของเครือข่าย Bitcoin Hyper นั้น HYPER มีบทบาทหลากหลายในโครงสร้างเศรษฐกิจของแพลตฟอร์ม โดยหน้าที่สำคัญที่สุดคือการทำหน้าที่เป็น gas token สำหรับการประมวลผลทุกธุรกรรมและการทำงานของสมาร์ตคอนแทรกต์
นอกเหนือจากการเป็นเชื้อเพลิงของเครือข่ายแล้ว HYPER ยังเป็นกลไกหลักด้านความปลอดภัยของระบบ ผู้ถือโทเคนสามารถนำ HYPER ที่ซื้อมาไปทำการ stake ได้ทันทีผ่านโปรโตคอลดั้งเดิม ซึ่งในปัจจุบันมีอัตราผลตอบแทนแบบไดนามิกอยู่ที่ประมาณ 38% ต่อปี กลไกนี้ช่วยให้เครือข่าย Layer-2 มีความมั่นคงมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ถือสะสมผลตอบแทนระหว่างรอการเปิดใช้งานเมนเน็ต
สำหรับการได้มาซึ่ง HYPER สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Bitcoin Hyper และเลือกชำระเงินด้วย SOL, ETH, USDT, USDC, BNB หรือแม้แต่บัตรเครดิต เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานจากหลากหลายระบบนิเวศคริปโต
ทางโครงการแนะนำให้เชื่อมต่อผ่าน Best Wallet ซึ่งเป็นหนึ่งในกระเป๋าเงินคริปโตและ Bitcoin ที่ได้รับความนิยม โดย HYPER ได้ถูกแสดงอยู่แล้วในหมวด “Upcoming Tokens” ภายใน Best Wallet ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อ ติดตาม และเตรียมรับโทเคนได้อย่างสะดวกเมื่อมีการเปิดใช้งานจริง
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน Bitcoin Hyper ได้ผ่าน Telegram และ X รวมถึงติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงจากแพลตฟอร์มของ Bitcoin Hyper
