BlackRock ทุ่มไม่ยั้ง! ช้อน Bitcoin–ETH กว่า $1 พันล้านใน 3 วัน

BlackRock เข้าซื้อ Bitcoin และ Ethereum มูลค่ามหาศาล ส่งสัญญาณความเชื่อมั่นจากสถาบัน

BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก กลับมาสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดคริปโตอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าเข้าซื้อ Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) รวมมูลค่ามหาศาลกว่า 1.027 พันล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 3 วัน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลงทุนตามกระแส แต่ถูกมองว่าเป็น “สัญญาณความเชื่อมั่นจากสถาบัน” ที่อาจกำหนดทิศทางตลาดคริปโตในปี 2026 อย่างมีนัยสำคัญ

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดและแรงขายจากนักลงทุนรายย่อย การที่สถาบันระดับโลกเลือกเดินหน้า “ช้อนซื้อ” ในจังหวะนี้ ยิ่งทำให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า วัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้วหรือไม่

BlackRock เปิดพอร์ตจริง! ตัวเลข on-chain สะท้อนแรงซื้อระดับพันล้าน

ข้อมูลจาก LookOnChain ระบุว่า ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา BlackRock ได้สะสม Bitcoin จำนวน 9,619 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 878 ล้านดอลลาร์ พร้อมกันนี้ยังเข้าซื้อ Ethereum เพิ่มอีก 46,851 ETH มูลค่าราว 149 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดซื้อรวมพุ่งแตะ 1.027 พันล้านดอลลาร์ ในเวลาอันสั้น

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดว่า BlackRock ไม่ได้มองคริปโตเป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไรระยะสั้น แต่กำลังวางตำแหน่ง Bitcoin และ Ethereum เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในพอร์ตการลงทุนระยะยาว แม้ตลาดโดยรวมจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนก็ตาม

เจาะลึกสัปดาห์แรกปี 2026: เงินสถาบันไหลเข้าแรงผิดปกติ

เมื่อโฟกัสเฉพาะสัปดาห์แรกของปี 2026 จะเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยในวันที่ 6 มกราคม เพียงวันเดียว BlackRock เข้าซื้อ Bitcoin ถึง 3,948 BTC (มูลค่าราว 371.89 ล้านดอลลาร์) และซื้อ Ethereum เพิ่มอีก 31,737 ETH (มูลค่า 100.23 ล้านดอลลาร์)

แรงอัดฉีดสภาพคล่องระดับนี้ตอกย้ำว่า BlackRock กำลัง “สะสมจริง ไม่ใช่แค่ปรับพอร์ต” และยิ่งน่าสนใจเมื่อพิจารณาควบคู่กับกระแสข่าวว่า เวเนซุเอลาอาจซุ่มถือ Bitcoin จำนวนมหาศาล ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยัน ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ลดอุปทานในตลาดและเร่งแรงกดดันฝั่งขาขึ้นในระยะยาว

วิเคราะห์ตลาด: สถาบันส่งสัญญาณกระทิง แต่ราคายังผันผวน

ในเชิงจิตวิทยาตลาด การที่เงินทุนสถาบันไหลเข้าซื้อ Bitcoin และ Ethereum ในปริมาณมาก มักถูกตีความว่าเป็น “สัญญาณบวก” เนื่องจากผู้เล่นรายใหญ่เหล่านี้มักเข้าซื้อเมื่อประเมินแล้วว่าราคาในอนาคตมีโอกาสปรับตัวขึ้น

ก่อนหน้านี้ Bitcoin เคยแสดงความแข็งแกร่งบริเวณแนวรับใกล้ 90,000 ดอลลาร์ ในช่วงที่มีการสะสมลักษณะเดียวกัน ขณะที่ Ethereum ถูกจับตาว่าอาจทดสอบแนวต้านสำคัญแถว 3,200 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจาก CoinMarketCap ณ เวลารายงาน ระบุว่าราคา BTC และ ETH ยังปรับตัวลง 2.18% และเกือบ 4% ภายใน 24 ชั่วโมง ตามลำดับ สะท้อนว่าตลาดระยะสั้นยังเต็มไปด้วยแรงเหวี่ยง

ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจึงควรพิจารณาภาพรวมให้รอบด้าน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหา เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนในปี 2026 เพื่อจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับวัฏจักรตลาดที่กำลังเปลี่ยนผ่าน

Bitcoin Hyper: Layer-2 ที่ต่อยอดพลัง Bitcoin ในยุคสถาบัน

ขณะที่ Bitcoin กำลังได้รับการยอมรับจากสถาบันระดับโลก โปรเจกต์ใหม่ๆ ก็เร่งพัฒนาเพื่อปลดล็อกศักยภาพของเครือข่าย หนึ่งในนั้นคือ Bitcoin Hyper ($HYPER) โปรเจกต์ Layer-2 ที่กำลังมาแรง และสามารถระดมทุนได้เกือบ 30 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่ถึง 5 เดือน

Bitcoin Hyper ถูกพัฒนาบน Solana Virtual Machine (SVM) เพื่อแก้ปัญหาความช้าและค่าธรรมเนียมของ Bitcoin ดั้งเดิม โดยเพิ่มความเร็วจากราว 7 TPS ไปสู่ระดับ หลายหมื่น TPS พร้อมลดค่าธรรมเนียมให้ต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์ ทำให้ Bitcoin สามารถรองรับ DeFi, dApps และ NFT ได้อย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ นักลงทุนช่วงแรกยังสามารถรับผลตอบแทนจากการ Staking สูงถึง 49% ต่อปี (APY) ซึ่งช่วยดึงดูดแรงถือระยะยาว และสอดคล้องกับภาพรวมที่ Bitcoin เดินหน้าขาขึ้นและกระแส Layer-2 ร้อนแรง ในช่วงต้นปี 2026 พร้อมตอกย้ำบทบาทของ Bitcoin Hyper ในฐานะหนึ่งใน Altcoin ที่นักลงทุนกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด

ถ้าคุณต้องการกำหนดกลยุทธ์ Bitcoin Hyper อย่างมั่นใจ สามารถพิจารณา บทวิเคราะห์ราคา Bitcoin Hyper หรือศึกษาวิธีซื้อ Bitcoin Hyper ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพื่อยืนยันแนวทางของคุณ

รับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมผ่าน เว็บไซต์ทางการของ Bitcoin Hyper ควบคู่กับการติดตาม X และ ช่อง Telegram

ไปยัง Bitcoin Hyper

สรุปประเด็นสำคัญ

Exit mobile version