Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano ออกมาส่งสัญญาณแรงถึงทิศทางของเครือข่ายในปี 2026 ผ่านวิดีโออัปเดตเมื่อวันที่ 9 มกราคม โดยย้ำชัดว่า Cardano กำลังจะก้าวออกจากกรอบเดิม และเดินหน้าขยายระบบนิเวศ DeFi ไปสู่เชนระดับยักษ์อย่าง Bitcoin และ XRP อย่างจริงจัง
นี่ไม่ใช่แค่การอัปเกรดตามแผนโรดแมป แต่เป็นการ “เปลี่ยนภาพจำ” ของ Cardano จากเชนที่พัฒนาอย่างรอบคอบ สู่ผู้เล่นที่พร้อมรุกเชิงรุกในสงคราม DeFi ระดับโลก
Cardano จะไม่เป็นเกาะอีกต่อไป: แผนบุก Bitcoin DeFi เริ่มชัด
Hoskinson วางปี 2026 ให้เป็น “ปีแห่งการลงมือทำ” หรือ execution cycle โดยมีโปรเจกต์หลักอย่าง Pentad เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสะพานเชื่อมระหว่าง Cardano กับเชนอื่น ๆ
Happy New Year https://t.co/P3GXCCQdzV
— Charles Hoskinson (@IOHK_Charles) January 10, 2026
เป้าหมายคือการอัปเกรด dApps ชั้นนำบน Cardano ราว 15–20 แอป ให้สามารถทำงานร่วมกับ Bitcoin DeFi และ XRP DeFi ได้โดยตรง ซึ่งเขามั่นใจว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยเพิ่ม TVL, จำนวนผู้ใช้งาน และปริมาณธุรกรรมได้มากถึง 10 เท่า
มุมมองนี้สะท้อนชัดว่า Cardano ไม่ได้ต้องการเติบโตจากฐานผู้ใช้เดิมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการดึงสภาพคล่องจากเชนที่มีเงินทุนมหาศาลอยู่แล้ว โดยเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum ซึ่งสอดคล้องกับกระแสสถาบันที่เริ่มขยับตัวอย่างจริงจัง ดังจะเห็นได้จากข่าวที่ BlackRock ทุ่มเงินมหาศาลเข้าซื้อ Bitcoin และ ETH ซึ่งตอกย้ำว่า “เงินก้อนใหญ่” กำลังรอการใช้งานในโลก DeFi
XRP + Privacy คือจุดต่างที่ Cardano มองไกลกว่าคู่แข่ง
Hoskinson ยอมรับตรงไปตรงมาว่า การแข่งขันด้วยการเป็นเชนที่ “เร็วกว่า ถูกกว่า หรือดีกว่านิดหน่อย” เมื่อเทียบกับ Ethereum หรือ Solana ไม่ใช่สูตรแห่งชัยชนะในระยะยาว
สิ่งที่ Cardano เล็งเห็นว่าเป็นไพ่เด็ดจริง ๆ คือ Privacy หรือความเป็นส่วนตัวระดับโปรโตคอล ไม่ว่าจะเป็น Private Stablecoins, Private DEXes หรือ Private Prediction Markets ซึ่งเขามองว่าเป็นฟีเจอร์ที่ “ตลาดยังขาด” และมีศักยภาพดึงผู้ใช้งานกลุ่มใหม่เข้ามาได้อย่างมหาศาล
ที่น่าสนใจคือ วิสัยทัศน์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บน Cardano แต่ตั้งใจออกแบบให้สามารถนำไปใช้งานข้ามเชนได้ ทั้งบน Ethereum, Solana, Bitcoin, XRP, BNB และ Avalanche พร้อมกัน
ในฝั่งของ XRP การขยายระบบนิเวศเกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักอีกครั้ง หลังมี การวิเคราะห์ราคา XRP ในปี 2026 ที่ชี้ถึงสัญญาณบวกจากสถาบันการเงินรายใหญ่ ซึ่งอาจกลายเป็นแรงส่งสำคัญเมื่อระบบ Bridge และ Stablecoin พร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ
Hoskinson ยังย้ำว่าจะเร่งเครื่องในปี 2026 ด้วยจังหวะการทำงานแบบ “death march” พร้อมปล่อยอัปเดตใหญ่ทุก ๆ สองเดือน ขณะที่ราคา ADA ล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ $0.3953 สะท้อนความคาดหวังของตลาด Altcoin ต่อการเปลี่ยนเกมครั้งนี้
Bitcoin Hyper: Layer-2 ที่อาจปลดล็อก DeFi บน Bitcoin อย่างแท้จริง
เมื่อพูดถึงการขยายโลก DeFi ของ Bitcoin ชื่อของ Bitcoin Hyper กลายเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกจับตามองมากที่สุด หลังสามารถระดมทุนได้กว่า 30 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่ถึง 5 เดือน

Bitcoin Hyper ($HYPER) คือ เหรียญคริปโตใหม่ ที่พัฒนาบน Solana Virtual Machine (SVM) โดยมีเป้าหมายแก้ปัญหาคอขวดของ Bitcoin ทั้งด้านความเร็วและค่าธรรมเนียม ทำให้เครือข่ายสามารถรองรับ DeFi, dApps และ NFT ได้จริงในระดับใช้งาน
โปรเจกต์ตั้งเป้าความเร็วระดับหลายหมื่น TPS พร้อมลดค่าธรรมเนียมให้ต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนที่เข้าร่วมช่วง เหรียญ Presale ยังได้รับผลตอบแทนจากการ Staking สูงถึง 49% ต่อปี (APY) ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญในการสร้างฐานผู้ถือระยะยาว และเสริมเสถียรภาพให้กับระบบนิเวศในระยะเริ่มต้น
สำหรับผู้ที่อยากเข้าใจจุดเด่นของ Bitcoin Hyper แนะนำให้เริ่มจาก บทวิเคราะห์ Bitcoin Hyper หรือศึกษาวิธีซื้อ Bitcoin Hyper ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพื่อเตรียมแนวทางที่เหมาะสม
ติดตามกิจกรรมพิเศษได้ใน เว็บไซต์ทางการของ Bitcoin Hyper และร่วมพูดคุยสดใน X และ ช่อง Telegram
สรุปประเด็นสำคัญ
- Charles Hoskinson ประกาศแผนปี 2026 ให้ Cardano ขยายระบบ DeFi ไปยัง Bitcoin และ XRP เพื่อเพิ่มผู้ใช้งานและ TVL ให้เติบโต 10 เท่า
- กลยุทธ์หลักของ Cardano คือการสร้างความแตกต่างด้วยฟีเจอร์ Privacy เช่น Private DEX และ Stablecoin แทนการแข่งขันด้านความเร็วหรือค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว
- Hoskinson ตั้งเป้าให้ปี 2026 เป็นปีแห่งการลงมือทำ โดยจะมีการเปิดตัวอัปเดตและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องทุกสองเดือนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาด
- โปรเจกต์อย่าง Bitcoin Hyper แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการเพิ่ม Utility ให้ Bitcoin ผ่าน Layer-2 เพื่อรองรับ DeFi และ dApps อย่างเต็มรูปแบบ ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหา เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนในปี 2026 โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพในการสร้าง Utility ในระยะยาว






