ประเด็นสำคัญ:
- XRP ทะลุค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA 50 วัน หลังความหวังด้านกฎหมายและเงินไหลเข้า ETF ทำให้แนวต้าน 2.2 ดอลลาร์กลายเป็นจุดโฟกัสสำคัญ
- เงินไหลเข้า XRP-spot ETF ติดต่อกัน 8 สัปดาห์ ทำให้สมดุลอุปสงค์-อุปทานเอียงไปทางฝั่งขาขึ้น เสริมมุมมองบวกในระยะกลาง
- จำนวนบัญชีที่ใช้งานเพิ่มขึ้น พร้อมความต้องการ ETF สนับสนุนเป้าหมายขาขึ้นที่ 3.0 ดอลลาร์ในระยะกลาง และ 3.66 ดอลลาร์ในระยะยาว
XRP ทะลุระดับทางเทคนิคสำคัญ ส่งผลให้แนวต้าน 2.2 ดอลลาร์กลับมาอยู่ในเรดาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม ความคืบหน้าทางกฎหมายในสภาคองเกรสสหรัฐช่วยเพิ่มความหวังต่อกฎระเบียบที่เป็นมิตรกับคริปโตในไตรมาสแรก ส่งผลให้ราคา XRP ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน และยังคงเป็นเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนในปี 2026
อุปสงค์ที่แข็งแกร่งต่อ XRP-spot ETF รวมถึงความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาวะสภาพคล่องตึงตัวของ XRP มีส่วนช่วยหนุนบรรยากาศเชิงบวกในตลาด
กระแสเงินไหลเข้า XRP-spot ETF ติดต่อกัน 8 สัปดาห์ และการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคการเมืองต่อร่างกฎหมาย Market Structure Bill ตอกย้ำมุมมองเชิงบวกของราคาในระยะสั้นถึงระยะกลาง
ต่อไปนี้จะเป็นการวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนหลักเบื้องหลังแนวโน้มราคาล่าสุด มุมมองระยะกลาง (4–8 สัปดาห์) และระดับทางเทคนิคสำคัญที่นักเทรดควรจับตา
ร่างกฎหมาย Market Structure Bill จุดชนวนการเบรกเอาต์ของ XRP
คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐประกาศกำหนดวันพิจารณาร่างกฎหมาย Market Structure Bill ในวันที่ 15 มกราคม โดยประกาศเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่สำคัญคือ สมาชิกสภานิติบัญญัติส่งสัญญาณสนับสนุนจากทั้งสองพรรค เพิ่มความคาดหวังต่อกฎระเบียบที่เป็นมิตรกับคริปโต และกระตุ้นอุปสงค์ต่อ XRP
โดยนับตั้งแต่ประกาศช่วงสิ้นปี ราคา XRP ปรับขึ้นแล้วกว่า 20% ส่งสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน

XRP-Spot ETF ในสหรัฐ เดินหน้าสถิติเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง
ตลาด XRP-spot ETF ในสหรัฐรายงานเงินไหลเข้าสุทธิ 43.16 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 2 มกราคม ซึ่งทำให้สถิติเงินไหลเข้ารายสัปดาห์ยืดออกเป็น 8 สัปดาห์ติดต่อกัน ส่งผลให้สมดุลอุปสงค์-อุปทานของ XRP เอียงไปในทิศทางบวก โดยผู้ออก ETF รายงานว่าเงินไหลเข้าสุทธิรวมตั้งแต่เปิดตัวอยู่ที่ 1.18 พันล้านดอลลาร์
ความต้องการ XRP-spot ETF ตัดกับภาพของ BTC-spot ETF ในสหรัฐ ซึ่งมีเงินไหลออกสะสม 2.26 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน ความแตกต่างของกระแสเงินทุนนี้จุดกระแสคาดการณ์ว่า XRP อาจเริ่มแยกทิศทางออกจาก Bitcoin
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คู่ XRP/BTC ปรับขึ้น 9.89% ในเดือนมกราคม สะท้อนว่า XRP มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยด้านกฎหมายและอุปสงค์ ETF มากกว่า

ทนายความสายคริปโตที่สนับสนุน XRP อย่าง Bill Morgan ได้พูดถึงแนวโน้มราคาในระยะยาว โดยชี้ว่ามีสัญญาณการแยกทิศทางจาก Bitcoin พร้อมระบุว่า
XRP ทำผลงานเหนือกว่า Bitcoin และ Ethereum อย่างมีนัยสำคัญในกรอบเวลา 3 ปีและ 5 ปี หากซื้อ XRP ในเดือนมกราคม 2021 หลังการฟ้องร้องของ SEC หรือในเดือนมกราคม 2023 ก่อนคำตัดสินของผู้พิพากษา Torres ที่ตัดสินบางส่วนเป็นคุณต่อ Ripple ในปีเดียวกัน ผลตอบแทนจะดีกว่าการซื้อ Bitcoin หรือ Ethereum ในช่วงเวลาเดียวกัน
Morgan ได้แชร์ผลตอบแทนในกรอบ 3 ปีและ 5 ปีของคู่ XRP/USD, XRP/ETH และ XRP/BTC โดยชี้ว่าระดับราคาในปี 2021 และ 2023 เป็นจุดต่ำสุดของ XRP เพื่อเน้นย้ำระดับของการแยกทิศทางดังกล่าว

โดยสรุป กฎหมายที่เป็นมิตรกับคริปโตมีแนวโน้มกระตุ้นอุปสงค์ต่อ XRP และ XRP-spot ETF ต่อไป เสริมมุมมองเชิงบวกในระยะสั้นถึงระยะกลาง
บัญชีใช้งานเพิ่มขึ้น จำกัดอุปทานในตลาด
ข้อมูลออนเชนสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ตลาด ขณะที่ XRP ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดเดือนธันวาคมที่ 1.7712 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก XRP Scan จำนวนบัญชีที่ใช้งาน (ผู้ส่งที่ไม่ซ้ำกัน) เพิ่มขึ้นเป็น 19,505 บัญชี ณ วันที่ 4 มกราคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของเดือน และสูงเป็นอันดับสองนับตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม

มุมมอง XRP ยังเป็นขาขึ้น
ความต้องการ XRP-spot ETF ที่แข็งแกร่งยืนยันมุมมองเชิงบวกในระยะสั้น (1–4 สัปดาห์) โดยมีเป้าหมายที่ 2.5 ดอลลาร์ ขณะที่การใช้งานที่เพิ่มขึ้น นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของเฟด และการที่วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมาย Market Structure Bill สนับสนุนเส้นทางราคาบวกในระยะยาว
- ระยะกลาง (4–8 สัปดาห์): 3.0 ดอลลาร์
- ระยะยาว (8–12 สัปดาห์): 3.66 ดอลลาร์
ความเสี่ยงสำคัญที่อาจกดดันแนวโน้มขาขึ้น
มีหลายปัจจัยที่อาจทำให้มุมมองเชิงบวกนี้พังลง ได้แก่
- ธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศอัตราดอกเบี้ยสมดุลที่ระดับ 1.5–2.5% บ่งชี้การขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้ง ซึ่งจะลดส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐ–ญี่ปุ่น และกระตุ้นการคลายสถานะ yen carry trade
- ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและท่าทีของเฟดลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม
- MSCI ถอดบริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัล (DATs) ออกจากดัชนี ซึ่งอาจลดความน่าสนใจของ XRP ในฐานะสินทรัพย์สำรอง
- สมาชิกสภานิติบัญญัติคัดค้านร่างกฎหมาย Market Structure Bill
- XRP-spot ETF มีเงินไหลออก
สถานการณ์เหล่านี้อาจฉุดราคา XRP ลงไปที่บริเวณ 1.75 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นสัญญาณกลับตัวเป็นขาลง
ตัวชี้วัดทางเทคนิคยังส่งสัญญาณระมัดระวัง
XRP ปรับขึ้น 3.59% ในวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม ต่อจากการเพิ่มขึ้น 0.60% ในวันก่อนหน้า ปิดตลาดที่ 2.0908 ดอลลาร์ และทำผลงานดีกว่ามูลค่าตลาดคริปโตรวมที่เพิ่มขึ้น 1.06%
การเบรกเอาต์ในวันอาทิตย์ส่งให้ XRP ขึ้นเหนือ EMA 50 วัน แต่ยังอยู่ต่ำกว่า EMA 200 วัน ค่า EMA ชี้ว่าภาพระยะสั้นเป็นบวก แต่ระยะยาวยังเป็นลบ แม้สัญญาณเทคนิคจะผสมกัน แต่ปัจจัยพื้นฐานเชิงบวกกำลังก่อตัวและมีน้ำหนักเหนือโครงสร้างเทคนิคระยะยาวที่เป็นลบ
ระดับเทคนิคสำคัญที่ควรจับตา ได้แก่
- แนวรับ: 2.0 ดอลลาร์, 1.75 ดอลลาร์ และ 1.50 ดอลลาร์
- แนวต้าน EMA 50 วัน: 2.0468 ดอลลาร์
- แนวต้าน EMA 200 วัน: 2.3458 ดอลลาร์
- แนวต้านหลัก: 2.5 ดอลลาร์, 3.0 ดอลลาร์ และ 3.66 ดอลลาร์
จากกราฟรายวัน หากราคายืนเหนือ EMA 50 วันได้ จะยืนยันการกลับตัวขาขึ้นระยะสั้น และเปิดทางไปทดสอบ EMA 200 วัน และแนวต้าน 2.5 ดอลลาร์
การทะลุ EMA ทั้งสองเส้นจะเสริมมุมมองขาขึ้นระยะกลาง และสนับสนุนเป้าหมายระยะยาว (8–12 สัปดาห์) ที่ 3.66 ดอลลาร์

ปัจจัยพื้นฐาน: กฎระเบียบคริปโตและ Spot ETF
ปัจจัยขับเคลื่อนราคาในระยะใกล้ ได้แก่
- แนวโน้มเงินไหลเข้า–ออกของ XRP-spot ETF
- ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
- ความคืบหน้าด้านกฎหมายคริปโตในสหรัฐ
การรักษาระดับเหนือ 2.0 ดอลลาร์ยังเป็นกุญแจสำคัญของโครงสร้างขาขึ้น
การกลับมายืนเหนือ 2.0 ดอลลาร์ และการขยับขึ้นสู่ระดับ 2.2 ดอลลาร์ ช่วยหนุนการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นตลาดอย่างชัดเจน การหลีกเลี่ยงการหลุดแนวรับจิตวิทยา 2.0 ดอลลาร์ จะช่วยตอกย้ำโครงสร้างขาขึ้นและมุมมองราคาที่เป็นบวก
การทะลุ 2.2 ดอลลาร์จะเปิดทางให้เส้นแนวโน้มด้านบนเข้ามามีบทบาท หากราคาผ่านเส้นแนวโน้มดังกล่าวอย่างยั่งยืน จะยืนยันโครงสร้างขาขึ้นและสัญญาณกลับตัว สนับสนุนเป้าหมายราคา:
- ระยะกลาง (4–8 สัปดาห์): 3.0 ดอลลาร์
- ระยะยาว (8–12 สัปดาห์): 3.66 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม หากราคาถูกปฏิเสธที่เส้นแนวโน้มบน และหลุดเส้นแนวโน้มล่าง จะเป็นการลบล้างโครงสร้างขาขึ้น และส่งสัญญาณกลับตัวเป็นขาลง

แนวโน้มข้างหน้า
ต่อจากนี้ การตัดสินใจของธนาคารกลางญี่ปุ่น เฟด ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ความคืบหน้ากฎหมายคริปโต และกระแสเงินของ XRP-spot ETF จะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาในระยะใกล้
ความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นต่อการลดดอกเบี้ยของเฟดในเดือนมีนาคม และท่าทีผ่อนคลายของ BoJ มีแนวโน้มหนุนอุปสงค์ต่อ XRP ขณะที่เงินไหลเข้า ETF อย่างต่อเนื่อง และการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคต่อร่างกฎหมาย Market Structure Bill จะตอกย้ำมุมมองเชิงบวก
โดยสรุป ความต้องการจากสถาบันผ่าน XRP-spot ETF และข่าวด้านกฎระเบียบคริปโต สนับสนุนการปรับขึ้นสู่ 3.0 ดอลลาร์ในระยะกลาง (4–8 สัปดาห์) การลดดอกเบี้ยของเฟดในเดือนมีนาคม และการผ่านร่างกฎหมาย Market Structure Bill โดยวุฒิสภา จะยืนยันเป้าหมายระยะยาว (8–12 สัปดาห์) ที่ 3.66 ดอลลาร์
เมื่อมองไกลกว่าระยะกลาง ปัจจัยบวกเหล่านี้มีแนวโน้มดัน XRP ทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 3.66 ดอลลาร์ และมุ่งสู่เป้าหมาย 5 ดอลลาร์ ภายในกรอบเวลา 6–12 เดือน
Bitcoin Hyper ทางลัดสู่ยุคใหม่ของ Bitcoin ที่เร็ว แรง และใช้งานได้จริง
Bitcoin Hyper คือโปรเจกต์ Layer-2 ที่เข้ามาอัปเกรด Bitcoin ให้ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ทั้งความเร็วที่ช้าและค่าธรรมเนียมที่สูง ด้วยการผสาน Solana Virtual Machine เข้ากับโครงสร้างความปลอดภัยของ Bitcoin ทำให้ธุรกรรมเร็วขึ้นอย่างชัดเจน ต้นทุนต่ำลง และรองรับ DeFi รวมถึง dApps ได้แบบเต็มรูปแบบ นี่ไม่ใช่แค่การทำให้ Bitcoin ใช้ได้ดีขึ้น แต่คือการเปลี่ยนบทบาทของ BTC จากสินทรัพย์เก็บมูลค่า ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ในช่วงที่ตลาดคริปโตกลับมาอยู่ในโหมดขาขึ้นจากกระแส ETF และกฎหมายที่เป็นมิตรต่อสินทรัพย์ดิจิทัล Bitcoin Hyper กลายเป็นโปรเจกต์ที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาโอกาสก่อนกระแสหลัก ด้วยสถานะ presale และเงินทุนที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โปรเจกต์นี้สะท้อนความเชื่อมั่นว่าตลาดไม่ได้ต้องการแค่ราคาเพิ่มขึ้น แต่ต้องการเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง Bitcoin Hyper จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่จับจังหวะการเปลี่ยนผ่านของตลาดคริปโตรอบใหม่นี้ได้อย่างเฉียบคม






